รูเล็ต การวางเดิมพันแบบเล่นตัวเลข

    ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการเดิมพันแบบ Inside หรือการวางเดิมพันเฉพาะตัวเลขนั่นเอง ซึ่งการเดิมพันแต่ละแบบก็มีอัตราจ่ายที่แตกต่างกันออกไป คุณควรทำความเข้าใจและจดจำเอาไว้ให้ได้ทั้งหมด เพื่อที่จะสามารถคำนวณอัตราการจ่าย และการแทงให้สมดุลกันได้ โดยที่ไม่ลงทุนมากเกินไปจนทำให้เล่นได้ไม่คุ้มเสีย

การวางเดิมพันเลขเพียงตัวเดียว Straight up มีอัตราการจ่าย แทง 1 จ่าย 35 ไม่รวมทุน เท่ากับว่าวางเดิมพัน 10 บาทจะได้ 350 บาท ในกรณีนี้จะมีโอกาสถูกยากมากจึงมีอัตราการจ่ายที่สูงที่สุด เพราะฉะนั้นสำหรับนักพนันรูเล็ต พวกเขาจะเลือกวางเดิมพันมากกว่า 1 ตัวเลข โดยส่วนมากจะวางเดิมพันเริ่มตั้งแต่ 5 ตัวเลขขึ้นไป

การวางเดิมพันแบบควบเลข 2 ตัว มีอัตราการจ่าย แทง 1 จ่าย 17 ไม่รวมทุน เท่ากับว่าวางเดิมพัน 10 บาทจะได้ 170 บาท 

การวางเดิมพันแบบควบเลข 3 ตัว แบบสตรีท Street มีอัตราการจ่าย แทง 1 จ่าย 11 ไม่รวมทุน เท่ากับว่าวางเดิมพัน 10 บาทจะได้ 110 บาท (การวางเดิมพันแบบนี้จะไม่เลือกเลขที่ชอบได้ 3 ตัว แต่ต้องวางเดิมพันเป็นแถวตรงตามตารางที่มีให้ เช่นจะสามารถวางเดิมพันได้แค่ เลข 1 – 2 – 3 หรือจะวางเดิมพันได้แค่ 4 – 5 – 6 เราไม่สามารถวางเดิมพันกระโดดข้ามเลขแบบ 1 – 3 – 5 ซึ่งการเดิมพันแบบ Street จะมีให้เราได้เลือก 12 แถว )  

การวางเดิมพันแบบควบเลข 4 ตัว แบบมุม Corner มีอัตราการจ่าย แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน เท่ากับว่าวางเดิมพัน 10 บาทจะได้ 80 บาท ในกรณีนี้เราไม่สามารถเลือกเลขที่ชอบได้ถึง 4 ตัว แต่เราต้องแทงตามจุดตัดของเลขทั้ง 4 ตัวเท่านั้น เช่นคุณสามารถแทงควบได้ที่เลข 1 – 2 – 4 และ 5 ซึ่งจะมีเส้นตัดตรงกลางให้คุณสามารถวางเดิมพัน

การวางเดิมพันแบบควบเลข 6 ตัว แบบเส้น line มีอัตราการจ่าย แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน เท่ากับว่าวางเดิมพัน 10 บาทจะได้ 50 บาท ตามตารางของรูเล็ต จะแบ่งแบบเส้น line ออกเป็นทั้งหมด 6 ช่อง ซึ่งเราจะสามารถเลือกแทงได้ตามช่องที่แบ่งเอาไว้เท่านั้น ได้แก่

ช่องที่ 1 ได้แก่เลข 1 – 6

ช่องที่ 2 ได้แก่เลข 7 – 12

ช่องที่ 3 ได้แก่เลข 13 – 18

ช่องที่ 4 ได้แก่เลข 19 – 24

ช่องที่ 5 ได้แก่เลข 25 – 30

ช่องที่ 6 ได้แก่เลข 31 – 36

และนี่คืออัตราการจ่ายทั้งหมด ของเกมรูเล็ตในการแทงแบบเต็งตัวเลข